ค้นหาข้อมูลมติคณะรัฐมนตรี
ค้นหาเพิ่มเติม
หน้าที่ 2 จากทั้งหมด 7 หน้า แสดงรายการที่ 21 - 40 จากข้อมูลทั้งหมด 127 รายการ
| ลำดับ | ชื่อเรื่อง | ส่วนราชการ เจ้าของเรื่อง |
วันที่มีมติ | ||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 21 | การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงอุตสาหกรรม) (จำนวน 5 ราย 1. นายสมชาย หาญหิรัญ ฯลฯ) | อก | 08/09/2558 | ||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน ๕ ราย ทั้งนี้ ลำดับที่ ๑ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง และลำดับที่ ๒-๕ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๘ เพื่อทดแทนผู้เกษียณอายุราชการ ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ ดังนี้
๑. นายสมชาย หาญหิรัญ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ๒. นายธวัช ผลความดี ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ๓. นายสมศักดิ์ จันทรรวงทอง ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ๔. นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ๕. นายศักดา พันธ์กล้า ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
|
|||||||||||||||||||||||||||
| 22 | แนวทางการแปรรูปยางธรรมชาติ เพื่อนำไปสร้างพื้นลู่ - ลานกรีฑา และพื้นลานอเนกประสงค์ | วท | 06/01/2558 | ||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบผลงานการวิจัย เรื่อง การพัฒนาวัสดุยางสังเคราะห์และยางธรรมชาติเพื่อจัดสร้างลู่-ลานกรีฑา ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์บริการร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทยได้ดำเนินงานโครงการศึกษาและพัฒนาวัสดุยางสังเคราะห์และยางธรรมชาติเพื่อจัดสร้างลู่-ลานกรีฑา และพัฒนาเทคโนโลยีลู่-ลานกรีฑาให้ได้มาตรฐานสากล รวมทั้งสนับสนุนการใช้วัตถุดิบยางธรรมชาติภายในประเทศ ตลอดจนสามารถลดค่าใช้จ่ายและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และให้ความเห็นชอบให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอ สรุปได้ ดังนี้
๑. ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประสานกับการกีฬาแห่งประเทศไทยในการกำหนดมาตรฐานของพื้นลู่-ลานกรีฑา สนามกีฬา รวมทั้งลานกีฬา และประกาศใช้อย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ส่วนราชการสามารถนำไปเป็นกรอบในการปฏิบัติสำหรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ๒. ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมรวบรวมรายชื่อผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมยาง และกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างที่สนใจเข้าร่วมเป็นผู้ผลิต และให้กรมวิทยาศาสตร์บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผสมยางและสูตรยางที่เหมาะสมให้ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมยาง และถ่ายทอดเทคโนโลยีการทำพื้นลู่-ลานกรีฑาและพื้นสนามที่เหมาะสมให้ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้าง ทั้งนี้ ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการกีฬาแห่งประเทศไทยพิจารณาในส่วนของค่าสิทธิบัตรของงานวิจัยดังกล่าว ๓. ให้กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงมหาดไทยดำเนินการสำรวจความต้องการในการสร้างลานกีฬา สนามกีฬา หรือโครงการที่สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นลู่-ลานกรีฑาที่พัฒนาขึ้นนี้ของหน่วยงาน ทั้งในส่วนของจำนวนและขนาดพื้นที่ เพื่อกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะได้คำนวณหาความต้องการในการใช้งานโดยรวมของประเทศทั้งในด้านงบประมาณที่ต้องใช้และที่สามารถประหยัดได้ ปริมาณยางธรรมชาติในประเทศที่ต้องใช้ในโครงการ รวมทั้งปริมาณการนำเข้าวัสดุสังเคราะห์จากต่างประเทศที่ลดลง เพื่อรายงานต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป |
|||||||||||||||||||||||||||
| 23 | แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 | อก | 30/12/2557 | ||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๒๗ จำนวน ๑๒ คน แทนชุดเดิมที่ครบวาระการดำรงตำแหน่งสองปีแล้วเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๗) เป็นต้นไป ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ ดังนี้
๑. นายสรรเสริญ อัจจุตมานัส ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๒. นายพชร อนันตศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาเงินนอกงบประมาณ กรมบัญชีกลาง ๓. นายธวัชชัย โสภาเสถียรพงศ์ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ๔. นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ๕. นางวีรวรรณ ลือสุทธิวิบูลย์ ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ ผู้แทนสำนักงบประมาณ ๖. นางสาววรางคณา อิ่มอุดม ผู้บริหารส่วน ส่วนเศรษฐกิจด้านอุปทาน สำนักเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย ๗. นายชัยวัฒน์ คำแก่นคูณ ผู้แทนชาวไร่อ้อย ๘. นายเอกชัย อริยมงคลชัย ผู้แทนชาวไร่อ้อย ๙. นายไพบูลย์ ธิติศักดิ์ ผู้แทนชาวไร่อ้อย ๑๐. นายกัญจน์ ชินธรรมมิตร ผู้แทนโรงงาน ๑๑. นางสาวจุฑามาศ อรุณานนท์ชัย ผู้แทนโรงงาน ๑๒. นายณัฐพล อัษฎาธร ผู้แทนโรงงาน
|
|||||||||||||||||||||||||||
| 24 | รายงานผลการดำเนินงานจัดกิจกรรม "คืนความสุขสู่ประชาชน" ของกระทรวงอุตสาหกรรม | อก | 30/12/2557 | ||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานผลการดำเนินงานจัดโครงการ/กิจกรรม “คืนความสุขสู่ประชาชน” เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน จำนวน ๗ กิจกรรม ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ สรุปได้ ดังนี้
๑. จัดกิจกรรมคาราวานสินค้าราคาโรงงาน โดยคัดสรรสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ได้แก่ ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำตาล ซอสปรุงรส อาหารจากบริษัทในเครือซีพี กระจายออกไปจำหน่ายใน ๙ ชุมชนใหญ่ ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีราคาถูกกว่าท้องตลาดร้อยละ ๓๐-๔๐ ๒. ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีแก่ผู้ประกอบกิจการโรงงาน โดยประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีแก่ผู้ประกอบกิจการโรงงาน จำพวกที่ ๒ และ ๓ ทุกขนาด ที่จะถึงกำหนดเรียกเก็บ ระหว่างวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๗-๓๐ กันยายน ๒๕๖๐ ๓. จัดกิจกรรมภายใต้ชื่องาน “นิคมอุตสาหกรรม ส่งความสุขให้ชุมชน” โดยการนิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งทั่วประเทศ (๓๒ แห่ง) ได้แก่ ทำบุญตักบาตร กิจกรรมลานสัมพันธ์ชุมชนรอบนิคม ออกร้านจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ กีฬาสานสัมพันธ์ จัดคอนเสิร์ตและรำวงย้อนยุค เยี่ยมชมนิคมฯ นิทรรศการให้ความรู้ การรับสมัครงาน การให้บริการด้านอื่น ๆ การมอบทุนการศึกษา และจัดบริการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ตั้งแต่วันที่ ๑๒-๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๗ รวมทั้งกิจกรรมส่งแรงใจให้ทหารผู้กล้าเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับทหารที่เจ็บป่วย ๔. การจัดงานแฟร์ทั่วไทย รวม ๖ แห่ง เน้นสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น สินค้าเอสเอ็มอี และสินค้าเด่นของจังหวัด โดยจัดในเมืองท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ ประกอบด้วย (๑) งานจัดหัตถกรรมของขวัญที่ระลึก ครั้งที่ ๒๔ หรือ “GIFT FAIR 24th” ระหว่างวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน-๗ ธันวาคม ๒๕๕๗ ณ จังหวัดเชียงใหม่ (๒) งานเซรามิกส์แฟร์ ระหว่างวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน-๒ ธันวาคม ๒๕๕๗ ณ จังหวัดลำปาง (๓) งานอุตสาหกรรมแฟร์ ระหว่างวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน-๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๗ ณ จังหวัดพิษณุโลก (๔) งานคืนความสุข ช็อปสนุก สินค้าไทย ระหว่างวันที่ ๑๖-๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๗ ณ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (๕) งานคลัสเตอร์เครื่องหนัง “BIG GIFT FAIR” ระหว่างวันที่ ๒๔-๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ ณ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และ (๖) งานเทศกาลไหมไทย ระหว่างวันที่ ๙-๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ณ จังหวัดนครราชสีมา ๕. มอบอุปกรณ์ช่วยพ่นยาโรคหอบหืดสำหรับเด็กเล็ก โดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและสถาบันพลาสติกได้ร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ต้นแบบอุปกรณ์ช่วยพ่นยาโรคหอบหืดให้สามารถผลิตได้ในเชิงพาณิชย์ โดยกำหนดให้มีการผลิตเพื่อแจกจ่ายให้แก่เด็กด้อยโอกาส ในวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๗ ณ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เป็นจำนวน ๑,๐๐๐ ชิ้น ๖. โครงการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมครบวงจร โดยจัดทำโครงการบริหารจัดการกากของเสียอันตราย (เตาเผา) เพื่อศึกษาความเหมาะสมในการสร้างโรงงานกำจัดขยะของเสียอันตราย รวมถึงความสามารถในการรองรับการกำจัดของเสียในปริมาณที่เพียงพอต่อการขยายตัวทางอุตสาหกรรม ๗. โครงการสร้างความสามารถในการดำเนินการด้านระบบการบริหารจัดการและแข่งขันได้ในตลาดโลกสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะบุคลากรของผู้ประกอบการ SMEs ในการนำมาตรฐานระบบการบริหารจัดการไปปฏิบัติและเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผู้เข้าร่วมโครงการไม่เสียค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม (ยกเว้นค่าที่พักและค่าเดินทาง) โดยจะมีการเปิดตัวและชี้แจงโครงการในวันศุกร์ที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๘ ณ ห้องแคทลียา โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร
|
|||||||||||||||||||||||||||
| 25 | รายงานสรุปผลดำเนินงานการกำกับดูแลการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อยในฤดูการผลิต ปี 2556/2557 | อก | 18/11/2557 | ||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินการกำกับดูแลการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อยในฤดูการผลิต ปี ๒๕๕๖/๒๕๕๗ ของคณะกรรมการกำกับการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อยในฤดูการผลิต ปี ๒๕๕๖/๒๕๕๗ ประจำเดือนกันยายน ๒๕๕๗ ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ สรุปได้ ดังนี้
๑. จัดระบบควบคุม ตรวจสอบ กำกับดูแลการจ่ายเงินช่วยเหลือให้ถึงมือชาวไร่อ้อยที่มีสิทธิ์ให้ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ โดยกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติในการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าอ้อยในฤดูการผลิต ปี ๒๕๕๖/๒๕๕๗ ๒. สรุปผลการจ่ายเงินเพิ่มราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิต ปี ๒๕๕๖/๒๕๕๗ มีชาวไร่อ้อยที่เป็นคู่สัญญาและมีสิทธิ์ในการได้รับเงินเพิ่มราคาอ้อยขั้นต้น ๑๖๐ บาท/ตันอ้อย จำนวน ๑๔๖,๔๙๑ ราย ปริมาณอ้อยเข้าหีบ (ณ วันปิดหีบ) จำนวน ๑๐๓,๖๖๕,๗๕๐.๔๖๐ ตัน รวมเป็นเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มราคาอ้อยขั้นต้น จำนวน ๑๖,๕๘๖,๕๒๐,๐๗๓.๖๐ บาท ซึ่งกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายได้แจ้งให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรโอนเงินเพิ่มราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิต ปี ๒๕๕๖/๒๕๕๗ เข้าบัญชีชาวไร่อ้อยแล้ว รวม ๑๐ งวด จำนวนเงินทั้งสิ้น ๑๖,๕๑๙,๖๗๖,๗๙๑.๐๔ บาท ส่วนที่เหลืออีก ๔๑๗,๗๗๐.๕๑๖ ตัน คิดเป็นเงินช่วยเหลือ จำนวน ๖๖,๘๔๓,๒๘๒.๕๖ บาท อยู่ระหว่างดำเนินการ ๓. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำกับดูแลการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อยในฤดูการผลิต ปี ๒๕๕๖/๒๕๕๗ จำนวน ๒ ชุด ประกอบด้วย ชุดที่ ๑ กรมโรงงานอุตสาหกรรม รับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก และชุดที่ ๒ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม รับผิดชอบพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อลงพื้นที่ควบคุม ตรวจสอบ กำกับดูแลการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ |
|||||||||||||||||||||||||||
| 26 | การแก้ไขปัญหายางพาราตามมติคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2557 (โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบการยาง) | อก | 18/11/2557 | ||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติ
๑. เห็นชอบตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอเพิ่มเติมมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ [เรื่อง การแก้ไขปัญหายางพารา ตามมติคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๗] จากเดิม งบประมาณในการดำเนิน ๔ โครงการ ประกอบด้วย โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง โครงการชดเชยรายได้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง โครงการสนับสนุนสินเชื่อเกษตรกรชาวสวนยางรายย่อยเพื่อประกอบอาชีพเสริม และโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบการยาง ในส่วนของค่าใช้จ่ายชดเชยดอกเบี้ยให้สถาบันการเงิน เห็นสมควรให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรและธนาคารออมสิน ขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตามรายจ่ายจริงที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ เห็นสมควรชดเชยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยแก่เกษตรกร สถาบันเกษตรกร และภาคเอกชนที่ขอสินเชื่อในอัตราร้อยละ ๓ ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับโครงการภายใต้การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางตามแนวทางพัฒนายางพาราทั้งระบบที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๗ โดยไม่รวมรายจ่ายชำระต้นเงินกู้ โดยเพิ่มสาระสำคัญสำหรับโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบการยาง ดังนี้ ๑.๑ ให้ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นหน่วยจัดสรรเงินชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ ๓ ต่อปี ให้กับธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อชดเชยให้กับผู้ประกอบการยางและเป็นผู้ดำเนินการตั้งค่าใช้จ่ายในการชดเชยดอกเบี้ย จำนวน ๓๐๐ ล้านบาท จากสำนักงบประมาณ ๑.๒ ให้สำนักงบประมาณตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายในการบริหารโครงการ จำนวน ๑ ล้านบาท ให้แก่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ที่กระทรวงการคลังได้อนุมัติให้กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีแล้ว เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกำกับการดำเนินงานโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบการ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ ๒. สำหรับงบประมาณในการดำเนินการให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงบประมาณ ดังนี้ ๒.๑ ให้ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐเป็นผู้รับผิดชอบการให้สินเชื่อโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบการยาง ซึ่งเป็นโครงการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ กรอบวงเงินสินเชื่อ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินกู้ระยะสั้นไม่เกิน ๑ ปี และเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพื่อชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ ๓ ตามรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริง ภายในกรอบวงเงินงบประมาณไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท โดยให้ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ใช้จากเงินทุนที่เป็นสภาพคล่องของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อสนับสนุนการให้สินเชื่อโครงการตามนโยบายของรัฐบาลแทนการหารายได้ตามปกติ ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วน และขอทำความตกลงในรายละเอียดกับสำนักงบประมาณ รวมทั้งเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสมต่อไป ๒.๒ ให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ขอรับจัดสรรงบประมาณค่าใช้จ่ายในการบริหารโครงการ จำนวน ๑ ล้านบาท โดยใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ที่กระทรวงการคลังได้อนุมัติให้กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีแล้ว |
|||||||||||||||||||||||||||
| 27 | การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 7 ราย (1. นายอาทิตย์ วุฒิคะโร ฯลฯ) | อก | 14/10/2557 | ||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน ๗ ราย ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง และสับเปลี่ยนหมุนเวียน ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ ดังนี้
๑. นายอาทิตย์ วุฒิคะโร ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ๒. นายปณิธาน จินดาภู ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ๓. นายอุฤทธิ์ ศรีหนองโคตร ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ๔. นายสมชาย หาญหิรัญ ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ๕. นายสุรพงษ์ เชียงทอง ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ๖. นายหทัย อู่ไทย ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ๗. นายพิชัย ตั้งชนะชัยอนันต์ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย
|
|||||||||||||||||||||||||||
| 28 | การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 20 | อก | 06/08/2556 | ||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบผลการดำเนินการในประเด็นสำคัญจากการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ ๒๐ ที่ได้รับมอบหมายตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๕ (เรื่อง การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ ๒๐) ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ สรุปได้ ดังนี้
๑. ความมั่นคงทางอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสถาบันอาหาร ได้ดำเนินโครงการที่สนับสนุนให้เกิดความมั่นคงด้านอาหาร เพื่อให้มีการเข้าถึงอาหารอย่างเพียงพอในการบริโภคของประชาชนในประเทศ อาหารมีความปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสมตามความต้องการตามวัย เพื่อการมีสุขภาวะที่ดี รวมทั้งการมีระบบการผลิตที่เกื้อหนุน การรักษาความสมดุลของระบบนิเวศวิทยา และความคงอยู่ของฐานทรัพยากรอาหารทางธรรมชาติของประเทศ ๒. การสร้างห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อถือได้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้จัดทำโครงการสร้างเครือข่ายกลุ่มอุตสาหกรรมและพัฒนาความร่วมมือในระดับห่วงโซ่อุปทานประจำปี ๒๕๕๖ ประกอบด้วย กิจกรรมพัฒนาการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงอุตสาหกรรม (คลัสเตอร์) และกิจกรรมเพิ่มผลิตภาพห่วงโซ่อุปทานในกลุ่มอุตสาหกรรม สำหรับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมได้จัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายคลัสเตอร์ท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ เพื่อเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวนานาชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าและการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ และเป็นการพัฒนายกระดับผู้ประกอบการ SMEs และโครงการพัฒนาผลิตภาพของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้านการค้าและบริการ เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาผลิตภาพ โดยเป็นการเพิ่มผลผลิตที่เกิดจากปัจจัยอื่นนอกเหนือจากค่าแรงงาน ได้แก่ ด้านการค้าและการบริการ ๓. การหารือทวิภาคีกับ ๔ ผู้นำเขตเศรษฐกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาราคายางพาราที่กรุงเทพฯ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมได้จัดทำแนวทางการเพิ่มปริมาณการใช้ยางธรรมชาติมาผลิตเป็นยาง ซึ่งจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศได้เป็นจำนวนมาก โดยเห็นควรมีการดำเนินการ ๓ แนวทางพร้อมกัน คือ การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางเพื่อสร้างฐานการผลิต การพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้มีความเข้มแข็ง โดยการวิจัยพัฒนา การพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาบุคคล รวมทั้งการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพและมีศักยภาพในการใช้ยางเป็นจำนวนมาก
|
|||||||||||||||||||||||||||
| 29 | การปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการ (กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กระทรวงอุตสาหกรรม) | นร09 | 21/05/2556 | ||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบร่างกฎกระทรวง รวม ๔ ฉบับ ที่ได้ตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ และให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอร่างกฎกระทรวงดังกล่าวให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ดังนี้
๑. ร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือ ปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ดังต่อไปนี้ สำนักบริหารกลาง กองพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา ๑-๒ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ ๑-๑๑ สำนักบริหารยุทธศาสตร์ สำนักพัฒนาการจัดการอุตสาหกรรม สำนักพัฒนาผู้ประกอบการ สำนักพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน และสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน ๒. ร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือ ปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม ดังต่อไปนี้ สำนักบริหารกลาง กองบริหารยุทธศาสตร์ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักกฎหมาย สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต ๑-๓ สำนักบริหารสิ่งแวดล้อม สำนักโลจิสติกส์ สำนักวิศวกรรมและฟื้นฟูพื้นที่ สำนักเหมืองแร่และสัมปทาน และสำนักอุตสาหกรรมพื้นฐาน ๓. ร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือ ปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ดังต่อไปนี้ สำนักงานเลขานุการกรม กองกฎหมาย กองกำหนดมาตรฐาน กองควบคุมมาตรฐาน กองตรวจการมาตรฐาน ๑-๓ กองบริหารมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน กองบริหารมาตรฐานระหว่างประเทศ กองบริหารยุทธศาสตร์ กองส่งเสริมและพัฒนาด้านการมาตรฐาน ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานแห่งชาติ ๔. ร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือ ปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กระทรวงอุตสาหกรรม ดังต่อไปนี้ สำนักงานบริหารกลาง กองความร่วมมือการลงทุนต่างประเทศ กองส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ ศูนย์บริการลงทุน ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ ๑-๖ สำนักการตลาดเพื่อการลงทุน สำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนในต่างประเทศ สำนักบริหารการลงทุน ๑-๔ สำนักพัฒนาปัจจัยสนับสนุนการลงทุน สำนักยุทธศาสตร์และนโยบายการลงทุน และสำนักสารสนเทศการลงทุน
|
|||||||||||||||||||||||||||
| 30 | รายงานการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร และโทรคมนาคม วุฒิสภา เรื่อง "โครงการการศึกษาวิจัยและ พัฒนาอุตสาหกรรมเซรามิกลำปาง" | อก | 29/01/2556 | ||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร และโทรคมนาคม วุฒิสภา เรื่อง "โครงการการศึกษาวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมเซรามิกลำปาง" พร้อมข้อสังเกตและข้อเสนอแนะกับผลการดำเนินการตามข้อสังเกตและข้อแสนอแนะตามรายงานดังกล่าวที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ และแจ้งให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาทราบต่อไป สรุปได้ ดังนี้
๑. สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน มีนโยบายในการช่วยเหลือสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง โดยอนุญาตให้ใช้ก๊าซ LPG ซึ่งเป็นก๊าซหุงต้ม : รับทราบแนวทางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเซรามิกในพื้นที่จังหวัดลำปาง ของกระทรวงพลังงาน โดยกรมธุรกิจพลังงานประกาศผ่อนผันให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเซรามิกลำปางสามารถซื้อก๊าซ LPG ได้ในราคาภาคครัวเรือน ซึ่งสามารถซื้อก๊าซได้ในขนาด ๔๘ กิโลกรัม/ถัง และพ่วงกันได้ไม่เกิน ๒๐ ถัง (จากเดิมกำหนดให้ ๑๐ ถัง) ๒. การสนับสนุนการศึกษาวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมเซรามิก : รับทราบโครงการของหน่วยงานต่าง ๆ ที่สนับสนุนการศึกษาวิจัยและการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเซรามิก ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผาในพื้นที่จังหวัดลำปางสามารถเข้าร่วมโครงการ และ/หรือ นำผลการศึกษาวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้ ๓. การส่งเสริมการนำระบบการบริหารจัดการแบบ Lean Manufacturing และ Six Sigma มาใช้ในอุตสาหกรรมเซรามิกเพื่อเพิ่มผลิตภาพ : ให้กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมดำเนินการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเซรามิกในพื้นที่จังหวัดลำปางในการลงพื้นที่เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในเรื่องของการบริหารจัดการการผลิต ๔. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม นอกจากการพิจารณาประเด็นข้อคิดเห็นและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯ เกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมเซรามิกลำปาง ๔.๑ โครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาผลิตภาพการผลิตของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยมีการกำหนดเพดานเงินกู้เพียง ๕ ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินที่ค่อนข้างต่ำเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายวิสาหกิจขนาดย่อม ในขณะที่วิสาหกิจขนาดกลางมีความต้องการวงเงินกู้ที่สูงกว่านี้ จึงมีข้อเสนอให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย พิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ของโครงการฯ เพื่อเพิ่มเพดานวงเงินกู้ให้สูงขึ้น ๔.๒ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมเซรามิกในพื้นที่จังหวัดลำปาง ควรมีการบูรณาการการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความซ้ำซ้อนและช่วยให้การดำเนินโครงการต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีเอกภาพ โดยอาจให้จังหวัดลำปางเป็นเจ้าภาพในการพิจารณารายละเอียดกิจกรรม/โครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมเซรามิก ทั้งในส่วนของกิจกรรม/โครงการของจังหวัดลำปางและกิจกรรม/โครงการของหน่วยงานต่าง ๆ จากส่วนกลาง
|
|||||||||||||||||||||||||||
| 31 | การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (นางอรรชกา สีบุญเรือง) | อก | 02/10/2555 | ||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน ๘ ราย ทั้งนี้ ลำดับที่ ๑ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ และลำดับที่ ๒-๘ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง เป็นต้นไป ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ ดังนี้
๑. นางอรรชกา สีบุญเรือง ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ๒. นายณัฐพล ณัฎฐสมบูรณ์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ๓. นายโสภณ ผลประสิทธิ์ ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ๔. นายพสุ โลหารชุน ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ๕. นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ๖. นายสมศักดิ์ สุวัฒิกะ ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ๗. นายสุรพงษ์ เชียงทอง ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ๘. นายเสน่ห์ นิยมไทย ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่
|
|||||||||||||||||||||||||||
| 32 | การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (จำนวน 7 ราย 1. นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ ฯลฯ) | อก | 02/10/2555 | ||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน ๘ ราย ทั้งนี้ ลำดับที่ ๑ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ และลำดับที่ ๒-๘ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง เป็นต้นไป ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ ดังนี้
๑. นางอรรชกา สีบุญเรือง ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ๒. นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ๓. นายโสภณ ผลประสิทธิ์ ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ๔. นายพสุ โลหารชุน ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ๕. นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ๖. นายสมศักดิ์ สุวัฒิกะ ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ๗. นายสุรพงษ์ เชียงทอง ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ๘. นายเสน่ห์ นิยมไทย ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่
|
|||||||||||||||||||||||||||
| 33 | แต่งตั้งข้าราชการ (จำนวน 3 ราย 1. นายอาทิตย์ วุฒิคะโร ฯลฯ) | อก | 22/03/2554 | ||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน ๓ ราย ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ ดังนี้
๑. นายอาทิตย์ วุฒิคะโร ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ๒. นายประพัฒน์ วนาพิทักษ์ ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ๓. นายพสุ โลหารชุน ดำรงตำแหน่งธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
|
|||||||||||||||||||||||||||
| 34 | การลงนามบันทึกความเข้าใจของโครงการต้นแบบเตาหลอมประสิทธิภาพสูงที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (The Model Project for An Environmentally Conscious High-Efficiency Arc Furnace) | อก | 18/01/2554 | ||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้
๑. เห็นชอบและอนุมัติในหลักการตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ ดังนี้ ๑.๑ เห็นชอบหลักการร่างบันทึกความเข้าใจของโครงการต้นแบบเตาหลอมประสิทธิภาพสูงที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (The Model Project for An Environmentally Conscious High-Efficiency Arc Furnace) ระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กับองค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (New Energy and Industrial Technology Development Organization : NEDO) ประเทศญี่ปุ่น มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเตาหลอมที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในโรงงานอุตสาหกรรม โดยหากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขร่างบันทึกความเข้าใจฯ ที่มิใช่สาระสำคัญ ให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการได้โดยประสานกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศต่อไป ๑.๒ อนุมัติให้อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมหรือผู้แทนเป็นผู้ลงนามฝ่ายไทย ๑.๓ เห็นชอบให้กระทรวงการต่างประเทศจัดทำหนังสือมอบอำนาจ (Full Powers) ให้อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมหรือผู้แทนเป็นผู้ลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ๑.๔ เห็นชอบหลักการให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร อุปกรณ์ของโครงการฯ จากองค์การ NEDO และเมื่อได้รับการโอนกรรมสิทธิ์แล้ว ให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวในโครงการฯ ให้กับภาคเอกชนผู้ร่วมโครงการฯ เมื่อสิ้นสุดโครงการฯ ๒. ให้กระทรวงอุตสาหกรรมนำเรื่องเสนอคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป และให้รับความเห็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เห็นควรทำการตรวจวัดการระบายมลพิษที่เกิดขึ้นภายหลังการติดตั้งเตาหลอมและระบบบำบัด เพื่อจะเป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับก่อนติดตั้งเตาหลอมดังกล่าว ส่วนการเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตและระบบควบคุมมลพิษเป็นการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของโรงงานเดิม ทำให้โรงงานมีกำลังการผลิตมากกว่า ๑๐๐ ตัน/วัน จึงเข้าข่ายต้องทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการซึ่งต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๕๒ ไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย ๓. การจัดทำความร่วมมือกับต่างประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศเพื่อดำเนินโครงการต้นแบบในทำนองเดียวกับโครงการฯ ตามข้อ ๑ กระทรวงอุตสาหกรรมหรือหน่วยงานเจ้าของโครงการในแต่ละกรณีควรพิจารณาดำเนินการด้วยความละเอียด รอบคอบ และคำนึงถึงปัญหาอันอาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับการจดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ที่ได้จากการดำเนินโครงการฯ ด้วย
|
|||||||||||||||||||||||||||
| 35 | แต่งตั้งข้าราชการ (จำนวน 5 ราย 1. นายปราโมทย์ วิทยาสุขฯ) | อก | 27/10/2552 | ||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ดำรงตำแหน่ง
ประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 5 ราย ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป ตามที่กระทรวง อุตสาหกรรมเสนอ ดังนี้ 1. นายปราโมทย์ วิทยาสุข ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานปลัด กระทรวงอุตสาหกรรม 2. นายอาทิตย์ วุฒิคะโร ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม 3. นายประพัฒน์ วนาพิทักษ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม 4. นายสมเกียรติ ภู่ธงชัยฤทธิ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ 5. นางสุทธินีย์ พู่ผกา ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม
|
|||||||||||||||||||||||||||
| 36 | รายงานความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ และศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาและกระจายสินค้าวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ | นร | 18/07/2549 | ||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ) รายงานความคืบ
ฃหน้าของโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ และศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาและกระจาย สินค้าวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้ทำการปรับปรุงแบบรายละเอียดการก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว ซึ่งอยู่ในขั้นตอน การตรวจสอบความถูกต้องของแบบรายละเอียดการก่อสร้างและประมาณการค่าก่อสร้าง เพื่อใช้ประกอบ การประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนแผนการจัดทำแผนบริหารจัดการธุรกิจ (BUSINESS PLAN) ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการสรรหาที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2549 ซึ่งจากการปรับปรุงแบบรายละเอียดการก่อสร้าง ทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างทั้งโครงการ รวมทั้งสิ้น 24 เดือน ล่าช้ากว่าแผนการก่อสร้างตามที่วิเคราะห์จากแบบก่อสร้างเดิมที่กำหนดไว้ 15 เดือน
|
|||||||||||||||||||||||||||
| 37 | รายงานความช่วยเหลือและการฟื้นฟูผู้ประสบภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิ | อก | 25/01/2548 | ||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมรายงานการให้ความช่วยเหลือและการฟื้นฟูผู้
ประสบภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิ ใน 6 จังหวัดภาคใต้ สรุปดังนี้ ในระยะเร่งด่วนเฉพาะหน้า กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ระดมจัดหาสิ่งของอุปโภค บริโภคเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัย โดยได้รับความร่วมมือในการขนส่ง สิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ให้กับศูนย์กลางความช่วยเหลือในพื้นที่ เพื่อกระจายแจกจ่ายให้กับผู้ประสบ ความเดือดร้อนดังกล่าว จากกองบิน 6 ฝูงบิน 601 กองทัพอากาศ องค์การขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ กรม อุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมถึงระดมสิ่งของสำหรับผู้เสียชีวิต โดย จัดส่งให้กับศูนย์ให้ความช่วยเหลือที่กำหนดไว้ของแต่ละจังหวัด ตลอดจนการจัดที่พักอาศัยชั่วคราวให้กับเจ้าหน้า ที่กู้ภัยก่อสร้างบ้านพักชั่วคราวให้กับผู้ไม่มีที่อยู่อาศัย และปรับปรุงสถานที่สำหรับให้ผู้ประสบภัยปูนอนชั่วคราว สำหรับในระยะฟื้นฟู กระทรวงอุตสาหกรรมได้ประสานผู้ประกอบการผลิตวัสดุก่อสร้าง และเครื่องสุขภัณฑ์ เพื่อ ขอรับบริจาค หรือจัดจำหน่ายในราคาถูกเป็นพิเศษเป็นการเฉพาะ (ราคาต้นทุน) เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ส่วนการช่วยเหลือผู้ประกอบการอุตสาหกรรม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้จัดตั้ง ศูนย์ประสานและบริการฟื้นฟู SMEs เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการที่โรงแรมบ้านสุโขทัย หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต โดยจัดเจ้าหน้าที่รับเรื่องการขอความช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาแนะนำ และประสานงานกับหน่วย งานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือต่อไป สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จะพิจารณา ให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมในครอบครัว และหัตถกรรมไทยต่อไป ใน ส่วนของเงินบริจาค กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้รับเงินบริจาคจากผู้ประกอบการและงประชาชนทั่วไป จำนวน 1,218,138.50 บาท สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้บริจาคและรับบริจาคเงินอีกทางหนึ่งรวม 1,000,000 บาท ซึ่งได้ส่งมอบให้กับกองคลัง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีโดยตรงแล้ว และสำนักงาน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับเงินบริจาค ผ่านทางบัญชี กองคลัง สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม 9,161,901 บาท ได้ส่งมอบให้กับ กองคลัง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว
|
|||||||||||||||||||||||||||
| 38 | แต่งตั้งข้าราชการ (จำนวน 3 ราย) | อก | 28/09/2547 | ||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือน
สามัญในสังกัด ระดับ 10 ให้ดำรงตำแหน่ง จำนวน 3 ราย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2547 เป็นต้นไป ดังนี้ นายอิสสระ โชติบุรการ ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร 10) กรมโรงงานอุตสาหกรรม นายสุพัฒน์ ลิมปา ภรณ์ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการ10) สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และ นายปราโมทย์ วิทยาสุข ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร 10) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม |
|||||||||||||||||||||||||||
| 39 | รายงานผลการปฏิบัติงานโครงการชุบชีวิตธุรกิจไทย ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 | อก | 24/08/2547 | ||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมรายงานผลการปฏิบัติงานโครงการ
ชุบชีวิตธุรกิจไทย ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 สรุปดังนี้ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับติดตามโครงการเพื่อ กำหนดนโยบายแนวทางการทำงาน และแต่งตั้งคณะทำงานประสานโครงการเพื่อประสานและติดตาม ความก้าวหน้าโครงการ รวมถึงว่าจ้างสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ติดตามประเมินผลการ ดำเนินงาน โดยผลการดำเนินโครงการระยะที่ 1 สรุปได้ว่า วิสาหกิจมีปัญหาเรื่องการจัดการร้อยละ 20.7 ทรัพยากรบุคคลร้อยละ 19.2 การผลิตร้อยละ 17.4 การตลาดร้อยละ 13.1 วัตถุดิบร้อยละ 9.9 การเงินและบัญชีร้อยละ 9.5 และที่ปรึกษาเข้าไปช่วยเหลือทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ร้อยละ 98.5 ในภาพรวมได้ประเมินผลประโยชน์เฉลี่ย/กิจการ/ปี คิดเป็นมูลค่า 5.7 ล้านบาท/กิจการ/ปี วิสาหกิจ มีความพึงพอใจในโครงการในระดับดี (เกรดบี) และโครงการระยะที่ 2 พบว่าส่วนใหญ่มีผลการดำเนิน งานในระดับพอใช้ ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.58 (คะแนนเต็ม 4) สำหรับกรณีบริษัทวิจัยและพัฒนาผู้บริหาร จำกัด ใช้เอกสารปลอมเพื่อแอบอ้างเป็นที่ปรึกษาในโครงการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้แต่งตั้งคณะ กรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้ว |
|||||||||||||||||||||||||||
| 40 | การรายงานผลการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี [สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)] | อก | 27/07/2547 | ||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมรายงานผลการดำเนินการตามมติ
คณะรัฐมนตรี วันที่ 12 พฤศจิกายน 2545 และวันที่ 2 มกราคม 2546 ในเรื่อง สินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) สรุปได้ดังนี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้จัดทำโครงการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริม การพัฒนาและกระจายสินค้าวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อ เป็นศูนย์กลางการให้บริการแก่ SMEs และวิสาหกิจชุมชนอย่างครบวงจร จัดตั้งศูนย์การตลาดผลิต ภัณฑ์ไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยวและส่งเสริมการลงทุน เพื่อเป็นศูนย์กลางการดำเนินธุรกิจ เป็น ช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ จาก SMEs โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ และเป็นสถานที่พัฒนา สินค้าทั้งในด้านรูปแบบการผลิตและการตลาด และได้ดำเนินการพัฒนาปรับปรุงรูปแบบผลิตภัณฑ์ โดยคัดเลือกนักออกแบบจำนวน 214 คน และแบบบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 100 แบบ จาก การประกวดออกแบบผลิตภัณฑ์ 3 ครั้ง ที่จังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น และกรุงเทพฯ ในด้านคุณภาพ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนด มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน มาตรฐานอาหารและยา และมาตรฐานเกษตรและอาหารแห่งชาติ รอง รับสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ จำนวนกว่า 9,000 ประเภทผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ได้จัดตั้งศูนย์ ออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์อุตสาหกรรม เพื่อเป็นหน่วยงานด้านกลยุทธ์การออกแบบส่ง เสริมและพัฒนาการออกแบบ ทั้งผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและหัตถกรรม สนับสนุนด้านการศึกษา ส่งเสริมการสร้างฐานความรู้ในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฯลฯ โครงการ ฯ มีระยะเวลา ดำเนินการ 5 ปี (2548-2552) โดยในปี 2548 มีเป้าหมายดำเนินการจัดทำข้อมูลด้านการออก แบบ พัฒนาบุคลากรด้านการออกแบบ และการศึกษาวิจัยเพื่อการพัฒนา
|
|||||||||||||||||||||||||||
.....
