ค้นหาข้อมูลมติคณะรัฐมนตรี
ค้นหาเพิ่มเติม
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า แสดงรายการที่ 1 - 1 จากข้อมูลทั้งหมด 1 รายการ
| ลำดับ | ชื่อเรื่อง | ส่วนราชการ เจ้าของเรื่อง |
วันที่มีมติ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | มาตรการสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลกและร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (ฉบับที่ ..) | กค | 17/01/2560 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้
๑. เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากร ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ (ฉบับที่ ..) มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้มีการยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับสำเร็จรูป ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยให้ตัดเนื้อความในข้อ ๒ ของร่างประกาศออก เพื่อให้เป็นไปตามแบบของการร่างกฎหมาย ตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และมอบหมายให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีท้ายประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าว แล้วดำเนินการต่อไปได้ ๒. เห็นชอบมาตรการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งประกอบด้วย มาตรการทางภาษี มาตรการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ มาตรการยกระดับฝีมือแรงงานในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ และมาตรการทางการเงิน ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ๒.๑ มอบหมายให้กระทรวงการคลังเร่งรัดจัดทำร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามมาตรการทางภาษีเกี่ยวกับการให้ผู้ประกอบการหักรายจ่ายได้ ๒ เท่า ของรายจ่ายประเภทเงินเดือนและค่าจ้างของแรงงานเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ๒.๒ มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม พิจารณาจัดทำและพัฒนามาตรฐานสินค้าให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลกอย่างกว้างขวาง รวมถึงกำหนดตราสัญลักษณ์กลางที่ใช้รับประกันคุณภาพ (Hallmarking) สำหรับสินค้าในหมวดเครื่องประดับ ๒.๓ มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน พิจารณากำหนดมาตรการเพื่อพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านกระบวนการผลิตและเทคโนโลยีการผลิตจากผู้ประกอบการรายใหญ่และผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศไปสู่ผู้ประกอบการรายย่อย การจัดตั้งโรงเรียนเฉพาะทางเพื่อส่งเสริมและพัฒนาช่างศิลป์ และการพัฒนาทายาทช่างฝีมือเพื่ออนุรักษ์การผลิตที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ๒.๔ มอบหมายให้กระทรวงการคลัง ธนาคารออมสิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการตามมาตรการทางการเงินในการขยายระยะเวลาดำเนินมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสำหรับผู้ประกอบกิจการ SMEs ดังกล่าวต่อไป ๓. มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพิจารณากำหนดมาตรการประชาสัมพันธ์สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่มีคุณภาพของไทย การประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในย่านการค้าที่สำคัญ รวมถึงการประชาสัมพันธ์สินค้าที่มีคุณภาพให้แก่นักท่องเที่ยว ๔. ให้กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เห็นควรให้มีการพิจารณาการให้ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับสำเร็จรูปให้มีความรอบด้าน รอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยคำนึงถึงการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ผลิตอัญมณีไทยรายย่อย และให้มีการดำเนินการจัดทำรายละเอียดมาตรฐานฝีมือแรงงานและการจดทะเบียนช่างเครื่องประดับให้เรียบร้อยก่อน เพื่อให้การกำหนดมาตรการทางภาษีตามข้อเสนอเป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม และเกิดความเป็นธรรม รวมทั้งควรเร่งการผลิตช่างฝีมือให้มีจำนวนมากขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมด้วย และควรพิจารณาเพิ่มเติมการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางด้านการบริหารจัดการและทางด้านการตลาดสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับเพื่อให้การถ่ายทอดองค์ความรู้ดังกล่าวเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกอบการไทย ตลอดจนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดทำและพัฒนามาตรฐานสินค้าให้เป็นที่ยอมรับและกำหนดตราสัญลักษณ์กลางที่ใช้ในการรับประกันคุณภาพ และการพิจารณากำหนดมาตรการประชาสัมพันธ์สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับสำเร็จรูปให้แก่นักท่องเที่ยว เพื่อสนับสนุนให้เกิดความเชื่อมั่นต่อสินค้าอัญมณีไทยให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย ๕. ให้กระทรวงการคลังได้รับการยกเว้นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ (เรื่อง การเสนอเรื่องเร่งด่วนต่อคณะรัฐมนตรี) ในการเสนอเรื่องนี้
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
.....
